ผักสลัดอินทรีย์ แข็งแรง เก็บได้นาน

ผักสลัดอินทรีย์ แข็งแรง เก็บได้นาน

ผักสลัดอินทรีย์ แข็งแรง เก็บได้นาน

ช่วงสายของตลาดวิถีธรรม ที่โรงพยาบาลศิริราช ในวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2560 ได้มีรถขนผักในเครือข่ายกสิกรรมของแพทย์วิถีธรรมมาส่ง

ผักที่นำมาส่งในวันนี้ก็มีผักสลัดที่จัดชุดมา ห่อละครึ่งกิโลกรัม ราคาขายอยู่ที่ 60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูก เมื่อเทียบจากประสบการณ์ที่ผมได้เคยเห็นราคาผักสลัดทั้งจากตลาดชุมชนและตลาดติดแอร์ทั้งหลาย

สาระสำคัญของตอนนี้คือ ความแข็งแรงและมีพลังของผักสลัด พี่เฉงได้ให้ความรู้มาว่า ความแตกต่างของผักไฮโดรโปนิกส์ (ผักที่เลี้ยงด้วยระบบน้ำ) และผักอินทรีย์ (ผักที่ปลูกตามธรรมชาติและไม่มีการใช้สารเคมี) นั้นจะมีความแข็งแรงที่แตกต่างกัน ผักไฮโดรโปนิกส์จะอ่อนแอ ไม่ทนต่อความเปลี่ยนแปลงของอากาศเท่าผักอินทรีย์ เช่น เราซื้อผักสลัดมา และทิ้งไว้ในสภาพเดียวกันผักอินทรีย์ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า และถ้านำไปแช่น้ำ ผักอินทรีย์ก็จะฟื้นตัวขึ้นมาสดใหม่ได้ดีกว่าผักไฮโดรโปนิกส์

นั่นคงเพราะวิธีเลี้ยงที่แตกต่างกัน ผักอินทรีย์เลี้ยงตามธรรมชาติ ผักก็เลย อึด อดทน แข็งแรง ส่วนผักไฮโดรโปนิกส์นั้นเลี้ยงด้วยน้ำและปุ๋ยน้ำ เหมือนเด็กที่ถูกประคบประหงมอย่างดี อาจจะดูสวย สด สะอาด แต่ความแข็งแรงนั้นจะไม่สู้ผักอินทรีย์

ทั้งนี้ก็ไม่ได้จะมาสรุปว่ากินอะไรดีกว่าอะไร ผู้ซื้อก็ควรจะทดลองด้วยตนเองว่าอะไรเหมาะสมเป็นประโยชน์แก่ตนเอง เรื่องที่เล่ามานั้นเป็นเพียงข้อสังเกตที่จะใช้แยกผักสลัดอินทรีย์กับผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ในกรณีที่เราไม่ทราบแหล่งที่มาแล้วอยากรู้ว่าเขาผลิตอย่างไร ก็ทดสอบโดยการสังเกตความอดทน แข็งแรงของผักกันได้ในเบื้องต้นตามองค์ความรู้ที่กล่าวมา

รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก

รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก

รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก

ในตลาดวิถีธรรม (ศิริราช) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 ได้สอบถามพี่เฉงว่า การที่ตลาดวิถีธรรมนั้นไม่สนับสนุนการใช้ถุงพลาสติกอย่างฟุ่มเฟือย หรือตามแบบที่เขาซื้อขายใส่ถุงกันทั่วไปนั้นเป้าหมายคืออะไร ก็ได้คำตอบมาว่า ลดโลกร้อน

เมื่อคุยไปคุยมา ก็ได้ฟังจุดประสงค์อื่นที่สำคัญประการหนึ่งคือการให้คนได้หัดประหยัดและพึ่งตนเอง

ในความเห็นส่วนตัวของผมนั้น คิดว่าการที่เราเคยชินกับการซื้อของแล้วได้ถุงใส่นั้นเป็นเพราะเราสะสมเรื่องเหล่านี้มานาน ที่ไหนก็อยากขายของได้ ถ้าขายของแล้วไม่มีถุงใส่ให้ลูกค้าก็ไม่อยากซื้อ แต่ที่ตลาดวิถีธรรมนี้ เราไม่เอาใจลูกค้า ไม่ตามใจลูกค้า เราขัดใจเพื่อขัดเกลาเขาในขีดประมาณหนึ่ง คือไม่ทุกข์ทรมานมากไป

ซึ่งจากที่เห็น ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้ถุงเลยเสียทีเดียว แต่ถุงที่ให้ไปนั้นก็เป็นถุงที่ใส่ห่อผักมา เป็นถุงที่อาจจะกลายเป็นขยะในอนาคต ก็เลยใช้ประโยชน์ให้สำหรับลูกค้าบางคนที่ซื้อของเหมาะสมกับการใส่ถุงนั้น

จากที่ได้ยินได้ฟังมา ว่ากลุ่มลูกค้าที่โรงพยาบาลศิริราช เขามีการปรับตัว คือพกถุงกันมาเอง ทั้งถุงผ้าหรือถุงอื่น ๆ จนถึงถุงพลาสติกที่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ เป็นการค่อย ๆ ปรับตัวและเปลี่ยนแปลง เริ่มจากลูกค้าประจำที่มาเจอกันทุกเดือน จนถึงลูกค้าขาจรที่แวะเวียนมาซื้อของและเรียนรู้วัฒนธรรมการพึ่งตนนี้ด้วย

ผักบุ้ง กำละ ๑๐ บาท

ผักบุ้ง กำละ ๑๐ บาท

ผักบุ้ง กำละ ๑๐ บาท

ในตลาดวิถีธรรมที่โรงพยาบาลศิริราชเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 มีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ คือการเอาผักบุ้งมาขายกำละสิบบาท ถ้าแม่ค้ากำขายก็คงจะไม่มีอะไรแปลกนัก แต่นี่คือลูกค้ากำซื้อก็เลยเป็นอีกมุมหนึ่ง

เนื่องจากผักบุ้งมีปริมาณมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็โรงบุญที่จัดอยู่ที่สนามหลวงก็เคยแจกผักบุ้งสดกันมาแล้ว เรียกว่าตอนนี้มีน้ำใจไหลเข้ามามากมายจนวัตถุดิบล้นตลาด ซึ่งการแจกก็เป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่ง แต่ในเบื้องต้น ป้าแขกได้ประกาศว่า ผักบุ้งกำละสิบบาท ใครกำได้เท่าไหร่ก็ขายไปตามนั้น

ก็เป็นกิจกรรมที่ได้เห็นอะไรหลายอย่าง มีความแตกต่าง มีความหลากหลาย บ้างกำใหญ่ บ้างกำเล็ก บ้างสองกำ บ้างก็ช่วยเขากำ ก็จิตอาสาที่มาขายนั่นแหละช่วยเขากำให้มันใหญ่ขึ้น ให้มันมากขึ้น เขาจะได้ซื้อของดี (ผักบุ้งไร้สารพิษ) ไปในราคาถูก นี่ถ้าขายกำละสิบบาทไม่หมด ป้าแขกก็คงจะแจกอยู่ดีนั่นแหละ แต่สุดท้ายก็หมด

การขายโดยไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรนั้น ผมสังเกตดูแล้ว สร้างความทุกข์ให้จิตใจน้อยกว่าการมุ่งหวังการขายมุ่งหวังกำไรหรือมุ่งหวังตามเป้าหมายมากนัก ยิ่งถ้าแจกฟรีก็คงจะผาสุกทั้งคนให้คนรับเลยทีเดียว